ประวัติความเป็นมา

ประวัติของสถานีตำรวจภูธรบางโทรัด
“สถานีตำรวจภูธรบางโทรัด” ชื่อเดิม “สถานีตำรวจภูธรตำบลบ้านบ่อ” ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านบ่อ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร และเริ่มมีอำนาจการสอบสวนคดีอาญาตั้งแต่วันที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๓๐ เป็นต้นมา
เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ.๒๕๓๕ ได้เปลี่ยนจาก “สถานีตำรวจภูธรบ้านบ่อ” เป็น “สถานีตำรวจภูธรบางโทรัด” และย้ายมาตั้งอยู่ที่ ๘๔ หมู่ ๓ ตำบลบางโทรัด อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๓๕ บนเนื้อที่ประมาณ ๔ ไร่
ข้อมูลการติดต่อสถานีตำรวจภูธรบางโทรัด
    สถานีตำรวจภูธรบางโทรัด
  • เลขที่ ๘๔ หมู่ ๓ ตำบลบางโทรัด อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ๗๔๐๐๐
    • ข้อมูลการติดต่อ
  • หมายเลขโทรศัพท์: ๐ ๓๔๘๓ ๙๔๕๗
  • ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail): saraban_bangtorad@police.go.th
  • เฟซบุ๊ก: สถานีตำรวจภูธรบางโทรัด
  • เว็บไซต์: bangthorat.samutsakhon.police.go.th
  • แผนผังแสดงเขตพื้นที่รับผิดชอบของ สถานีตำรวจภูธรบางโทรัด
    จำนวนประชากรในพื้นที่
    จำนวนประชากรในพื้นที่ สถานีตำรวจภูธรบางโทรัด
    ข้อมูล ณ วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๙
    ชื่อตำบล จำนวนประชากร (ชาย) จำนวนประชากร (หญิง) จำนวนประชากรทั้งหมด
    ตำบลชัยมงคล ๒,๐๔๕ ๒,๐๕๖ ๔,๑๐๑
    ตำบลบ้านบ่อ ๔,๐๙๗ ๔,๔๑๗ ๘,๕๑๔
    ตำบลบางโทรัด ๔,๐๗๘ ๔,๔๒๒ ๘,๕๐๐
    ตำบลกาหลง ๒,๒๑๒ ๒,๒๘๙ ๔,๕๐๑
    ตำบลนาโคก ๑,๗๗๗ ๑,๘๖๒ ๓,๖๓๙
    รวม ๑๔,๒๐๙ ๑๕,๐๔๖ ๒๙,๒๕๕
  • ที่มา
  • สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง
    ๕๙ หมู่ ๑๑ ถ.ลำลูกา ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ๑๒๑๕๐
    เว็บไซต์: bora.dopa.go.th
  • พื้นที่รับผิดชอบ ทั้งหมด ๑๕๔ ตร.กม.
    สถานีตำรวจภูธรบางโทรัด มีพื้นที่รับผิดชอบ ๕ ตำบล ได้แก่
  • ๑. ตำบลนาโคก
  • ๒. ตำบลกาหลง
  • ๓. ตำบลบางโทรัด
  • ๔. ตำบลชัยมงคล
  • ๕. ตำบลบ้านบ่อ
  • อาณาเขตติดต่อ
  • ทิศเหนือ
  • ทิศใต้
  • ทิศตะวันออก
  • ทิศตะวันตก
  • ติดต่อกับเขตพื้นที่ สภ.บ้านแพ้ว
  • ติดต่อกับทะเลอ่าวไทย
  • ติดต่อกับเขตพิ้นที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร
  • ติดต่อกับเขตพื้นที่ สภ.ลาดใหญ่ และ สภ.เมืองสมุทรสาคร
  • เส้นทางคมนาคม
    ถนนสายสำคัญ ๒ สาย คือ
    ๑. ถนนพระราม ๒ (ธนบุรี-ปากท่อ) เส้นทางผ่านลงสู่ภาคใต้ ผ่านพื้นที่รับผิดชอบจำนวน ๑๕ กม.เศษ ตั้งแต่ กม.ที่ ๓๘ ถึงกม.ที่ ๕๓+๘๑๕
    ๒. ถนนบ้านแพ้ว-พระประโทน เป็นถนนเชื่อมระหว่างถนนเพชรเกษมผ่านพื้นที่รับผิดชอบประมาณ ๓ กม.เศษ
    สภาพทางเศรษฐกิจและการประกอบอาชีพ

    ด้านเกษตรกรรม

    ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบด้านชีพด้านเกษตรกรรม ได้แก่ ๑. นาเกลือ เริ่ม จากการกักเก็บน้ำทะเลไว้ขณะน้ำขึ้น โดยกักเก็บเอาไว้ในนาขังหรือวังน้ำ ช่วยให้ตะกอนต่าง ๆ และสิ่งเจือปน ตกตะกอนจนน้ำทะเลใสสะอาด แล้วจึงวิดน้ำทะเลด้วยกังหันลม หรือใช้เครื่องสูบน้ำให้เข้าสู่นาตาก หรือนาแผ่ แสงแดดจะทำให้น้ำระเหยไปอย่างรวดเร็ว เมื่อความเข้มข้นของเกลือพอเหมาะ ก็จะปล่อยน้ำทะเลจากนาตากเข้าสู่นาเชื้อ เมื่อความเข้มข้นของเกลือสูงตามกำหนดก็จะระบายเข้าสู่นาสุดท้ายคือ นาปลงหรือนาวาง น้ำทะเลก็จะเป็นสารสารละลายอิ่มตัว เกลือจะตกผลึกเกาะกันบนพื้นนา อีก ๔-๕ วัน ผลึกเกลือก็จะเกาะหนาขึ้นจนหนาประมาณ ๓ เซนติเมตร ก็จะรื้อเกลือหรือเก็บเกลือได้ โดยจะเก็บรวมเป็นกองๆ คล้ายเจดีย์ ก่อนหาบขึ้นเก็บในยุ้งฉาง หรือนำมากองรวมรอจำหน่ายต่อไป ๒. การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คือ การผสมพันธุ์การเลี้ยงและการเก็บเกี่ยวปลาหอยสาหร่ายและสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในสภาพแวดล้อมทางน้ำทุกประเภท การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำผลิตอาหารและผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์อื่น ๆ แต่สามารถใช้เทคนิคที่คล้ายคลึงกันในสภาพแวดล้อมที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์เพื่อฟื้นฟูที่อยู่อาศัยเติมเต็มสัตว์ป่าและสร้างประชากรของสัตว์ที่ถูกคุกคามและใกล้สูญพันธุ์ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสามารถแบ่งออกได้เป็น ๒ ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ น้ำจืดทะเลและน้ำกร่อย ๓. การประมง จังหวัดสมุทรสาคร มีชายฝั่งทะเลยาว ๔๑.๘ กิโลเมตร จึงมีการประกอบอาชีพ ทําการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นอาชีพหลัก ผลผลิตจากการประมงทะเลส่วนใหญ่ได้รับจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ได้แก่ บริเวณอ่าวไทย ทะเลอันดามัน และมหาสมุทรอินเดีย รวมทั้งทะเลด้านประเทศเวียดนาม ชาวประมงสมุทรสาครมีความกระตือรือร้นในการพัฒนาอาชีพแสวงหาเทคนิคใหม่ๆ อยู่เสมอทําให้สมุทรสาครเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพทางการประมงสูงมาก นอกจากนี้ชาวประมงจังหวัดสมุทรสาครยังได้ทําการประมงนอกน่านน้ำไทย โดยมีเรือประมงทะเล ที่เป็นเรือบรรทุกห้องเย็นขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำที่ไปร่วมทําการประมง ในน่านน้ําต่างประเทศเช่น พม่าอินโดนีเซีย เวียดนามไปจนถึงประเทศในทวีปแอฟริกา เช่น โซมาเลีย เยเมน ซึ่งวัตถุดิบที่จับได้จะเป็นปลาชนิดต่างๆ เช่น ปลาเก๋า ปลากะพง ปลาหมึก